“นายท้าย”
เขียนในนามนายท้ายหนุ่มคุมหางเสือ
บังคับเรือลำน้อยค่อยค่อยเคลื่อน
นับคืนวันผันแปรเป็นปีเดือน
คอยย้ำเตือนภาพวันเก่าผ่านเข้ามา...
เรือลำนี้เคยมีผู้โดยสาร
ต่างทุ่มเททำงานอันหนักหนา
ช่วยกันแจวเรือน้อยลอยคงคา
มุ่งมั่นไปข้างหน้าอย่าช้าที
จะประคับประคองล่องสมุทร
จะรีบรุดเร่งไปไม่ถอยหนี
หัวเรือนำชำแรกแหวกวารี
หัวใจนี้มุ่งทะยานผ่านทะเล
แต่ทว่านาทีนี้....
รอบกายมีแค่เพียงเสียงคลื่นเห่
เบื้องหน้าคือเวิ้งกว้างกว่าคะเน
เรือซวนเซสับสนคนซมซาน
ไร้ซึ่งความช่วยเหลือลูกเรือหนี
คงไม่มีแล้วฝันอันแสนหวาน
“วรรณศิลป์”คงสิ้นในวิญญาณ
หลายโครงการรอทุนหนุนชมรม
กิจกรรมใดใด...ใครสานต่อ?
หากมัวรอ “ลูกเรือ” ...เกรงเรือล่ม
จะบังคับเรือไว้มิให้จม
จะสั่งสมอุดมการณ์ผ่านมุมมอง
จะผนึกกำลังเราทั้งสี่
เรือภาคีของเราเหล่าเพื่อนผอง
ร่วมขับเคลื่อนโครงการงานร้อยกรอง
เขียนทำนองแห่งศิลป์ระบิลนาม
ในวันข้างหน้า...
กาลเวลาย่อมนำซึ่งคำถาม
เรือลำนี้ยังเคว้งคว้างกลางลมลาม
จะก้าวข้ามไปลำอื่น...ฝืนความจริง
....................................................
หนึ่งนายท้ายนายนี้มีความหวัง
แม้ฝันยังห่างไกลไปทุกสิ่ง
ไร้ลูกเรือ ไม่เหลือใคร – ไม่ท้วงติง
นั่งนิ่งนิ่ง นึกในใจ– ไม่ยอมแพ้ !


#1 By AirKnight on 2009-04-24 15:24