สื่อ

posted on 25 Oct 2009 12:52 by athiwasana

เอนทรี่นี้เป็นการบ่น "สื่อ" ด้วยภาษาสุภาพที่สุดเท่าที่จะทำได้ 

และ บล็อกนี้ไม่มีผลประโยชน์ทางการเมืองใดๆ แอบแฝง

ไม่มีกลุ่มธุรกิจใดหนุนหลัง และไม่ได้มองโลกในแง่ลบจนเกินควร 

___________________________________________________________________

อาชีพนักค้าข่าวนั้นเป็นอย่างไร แน่นอนว่าไม่มีใครตอบคำถามนี้ได้ดีกว่าคนในวงการข่าว

แต่สำหรับคนเสพสื่อ มีคำถามเกี่ยวกับคุณภาพของข่าวที่ได้รับ มาให้ช่วยกันหาคำตอบ

 

1. โทรทัศน์

1.1 ข่าว

ประโยคคุ้นหูที่ได้ยินกันบ่อยๆ คือ "ไม่มีใครชอบข่าวดี"

ข่าวที่นำเสนอจึงมีแต่ข่าวร้ายๆ ฆาตกรรมหั่นศพ อำพรางคดี ค้ายา ค้ามนุษย์ อาชญากรรมประจำวัน

ส่วนข่าวดีที่พอทำให้หัวใจชุ่มฉ่ำกลับเป็นเรื่องหมีแพนด้า ประโคมกันเข้าไปเพื่อส่งเสริมการท่องเที่ยว 

อันนี้เข้าใจ แม้จะไม่ค่อยเข้าใจเรื่องช้างออกหากินกลางกรุงก็เถอะ อ้อยในมือคุณน่ะ เอามาขายทำไม

ก็เอาเข้าปากช้างไปสิ ไม่เข้าใจ

 

ข่าวดีอีกเรื่องที่เพิ่งซาลงไปคือลูกชาวต่างชาติตามหาพ่อ ...

แล้วเด็กเล็กๆ ขอทานตามถนน เด็กๆ ตามสถานรับเลี้ยงเด็กกำพร้า เด็กไร้บ้านใต้สะพานลอย

ไม่มีใครไปตามหาพ่อให้มันบ้างล่ะ

 

บางข่าวก็ไปเจาะลึกเรื่องโน้นเรื่องนี้ ตอนดูก็ระทึกดีอยู่หรอก แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าทำไมไม่ปล่อยให้ตำรวจ

ทำงานอย่างลับๆ ไป เอามาเปิดโปงกันขนาดนี้คนร้ายจะไหวตัวทันไหมนะ อืม...สงสัย

 

1.2 ทอล์คโชว์

เห็นกันได้ชัดๆ ว่ารายการสารคดี รายการสดดีๆ มีสาระนั้นมักถูกจัดเวลาที่ไม่ค่อยมีใครเปิดทีวีสักเท่าไร

ทอล์คโชว์สนุกๆ มีสาระก็มักจะฉายหลังจากละครน้ำเน่าหลังข่าว เนื้อหาละครก็น้ำเน่าเหมือนสมัยรุ่นพ่อ

อาจมีรายละเอียดปลีกย่อยที่ต่างกันออกไป เช่น  นางเอกตบนางร้าย

(เมื่อก่อนนางร้ายตบนางเอก) เพศที่สามมีบทบาทมากขึ้น (คนดูก็เชียร์แต่คู่เกย์ ไม่เชียร์พระนางหรอก)

 

รายการที่คิดว่าดีก็น่าจะมี ตาสว่าง กับ สุริวิภา อันนี้ชอบเป็นการส่วนตัว หากจะเอามาตรฐานความชอบ

ของตัวเองมาวัด ไม่รู้ว่ากล่าวเกินจริงไปหรือเปล่าแต่คิดว่า

รายการสุริวิภาน่าจะทัดเทียมกับรายการ Oprah ได้เลย

 

วันนี้มีโอกาสดูรายการสารคดีเกี่ยวกับนกเอี้ยงด่าง ที่คนไทยเป็นคนถ่ายทำ ขออภัยที่จำชื่อรายการไม่ได้

แต่รู้ว่าเป็นช่อง ไทยพีบีเอส ดูตั้งแต่เริ่มรายการได้ไม่ถึง 10 นาที รายการก็จบ

มัทพบว่า ฝีมือช่างภาพคนไทยก็เยี่ยมยอดทำได้ไม่แพ้เนชั่นนอลจีโอกราฟฟิก

แต่ทำไมมีแค่แป๊บเดียว ไม่เข้าใจ คนบรรยายก็บรรยายดี ให้ความรู้ละเอียด

ว่าจริงๆแล้ว เมื่อก่อนมีนกเอี้ยงด่างมากอยู่เต็มพื้นที่ แต่ปัจจุบันพบมากบริเวณป่าชายเลนเท่านั้น

สาเหตุแท้จริงที่มันอพยพต้องรอการพิสูจน์ แต่ที่แน่ๆ มนุษย์ต้องช่วยกันหยุดโลกร้อน...เห็นไหมว่า

 เรื่องสนุกๆ จากธรรมชาติ ก็รอให้เราไปค้นหามันอยู่ น่าตื่นเต้นจะตาย

 

พอเปลี่ยนกลับไปฟรีทีวีอีกช่องหนึ่ง ไม่สามารถเอ่ยชื่อช่องได้ เป็นรายการวัยรุ่น

พิธีกรสาวๆ มาทำตาโตๆ แอ๊บแบ๊ว ไปสัมภาษณ์คนสองคนมาโชว์เต้น

และมีสปอนเซอร์ออกค่าเครื่องบินให้ไปดูเต้นที่เกาหลี!

 

บอกตรงๆว่า "อิจฉา" เพราะขอสปอนเซอร์ทำงานเสวนานักเขียนส่งเสริมเยาวชนให้มีโลกทัศน์เปิดกว้าง

คิดเป็นได้ด้วยสมองเล็ก ๆ ของตนเอง กลับไม่ได้รับความสนใจจาก "ผู้ใหญ่ใจดี" เท่าที่ควร

ปีหน้าต้องบอกให้รุ่นน้องไปขอผู้ใหญ่ใจดีคนนั้นซะแล้ว เผื่อจะได้ไปเสวนานักเขียนที่เกาหลีบ้าง

 

2. สิ่งพิมพ์

2.1 หนังสือพิมพ์

เห็นกันอยู่ทุกวันว่าข่าวอาชญากรรมพาดหัวใหญ่กว่าภาพข่าวในพระราชสำนัก

เข้าใจว่าคงต้องการเตือนให้ผู้อ่านตระหนักถึงภัยสังคมรายวัน และให้ระวังตัวกันไว้

แต่ทำเกินไปไหม? ทำไมไม่หาข่าวดีๆ มาให้เสพกันบ้าง กลัวประชาชนไม่เครียดกันหรือไง

สุดท้ายก็มาด่าวัยรุ่นว่า "เปิดอ่านแต่หน้าข่าวบันเทิง" เอ๋า... ก็ข่าวสดมันไม่น่าอ่านนี่หว่า

 

ข่าวบันเทิง...ก็แทนที่จะใส่สาระดีๆ สัมภาษณ์คนในวงการว่าเขาทำอย่างไรจึงประสบความสำเร็จ

แต่กลับไปขุดคุ้ยเรื่องส่วนตัวมาให้สนุกปาก ถ้าวันหลังดาราไปขุดนักข่าวบ้างล่ะ ? สงสัยอ่ะ

 

2.1 นิตยสาร

ที่ขายดีเห็นจะเป็นนิตยสารบันเทิงซุบซิบดารา เพราะราคาถูกและเนื้อหาน่าสนใจ

แน่นอนว่าผู้เขียนไม่อ่านอะไรพวกนี้ ไม่ค่อยชอบรู้เรื่องชาวบ้าน มันปวดหัว

อ่านแต่บทสัมภาษณ์คนที่เราสนใจมากกว่า ถูกใจเล่มไหนก็ซื้อบ้าง แน่ล่ะ เล่มนึงก็เฉียดร้อย...

ที่ถูกใจเห็นจะเป็นนิตยสาร ฅ.ฅน กับ secret เล่มอื่นๆ ก็ชอบบ้าง แต่ไม่มากเท่าสองเล่มนี้

-ไม่มีค่าโฆษณาแต่อย่างใด-

หากเราสามารถเปลี่ยนรสนิยมของกลุ่มผู้อ่านให้มาสนใจอะไรที่มันมีประโยชน์ได้มากขึ้น

คิดว่าประเทศไทยจะพัฒนาไปได้มากกว่านี้

 

2.3 หนังสือ

เพิ่งจบงานหนังสือไปหมาดๆ จากจำนวนผู้ซื้อและหนังสือที่ขายออกไป คงไม่สามารถลบสถิติที่ว่า

คนไทยอ่านหนังสือวันละไม่กี่บรรทัด (จำไม่ได้แล้วว่าสถิติเขาว่าอย่างไร)

หลายคนซื้อไปเก็บ ไม่ได้อ่านในทีเดียว แม้จะซื้อไปเต็มบ้าน แต่มันก็วางรกอยู่อย่างนั้น

ทำไมไม่ซื้อแต่พออ่าน แล้วอ่านให้มันคุ้มค่าที่สุดนะ... แน่ล่ะ อันนี้เขียนถึงตัวเอง!

 

มีหนังสือมากมายให้เลือกสรร แนวที่ขายดีที่สุดคงหนีไม่พ้นแนวรักใสๆ หวานแหวว มาเฟีย ผู้ชายเลว

แต่สุดท้ายก็ได้นางเอกไปทุกครั้ง กลุ่มผู้ซื้อส่วนมากเป็นนักเรียน นักศึกษา...ที่เป็นผู้หญิง

เป็นไปได้ไหมว่า พวกเธอชอบตกอยู่ในห้วงแห่งความรักอันแสนหวาน

จมอยู่กับกับความฝันในโลกแห่งนิยายที่มีเจ้าชายวุ่นวายออกมาป่วนหัวใจเธอเล่น

มากกว่าที่จะออกมาเผชิญโลกที่โหดร้ายในทุกๆ วัน  

 

ผู้เขียนเองก็อ่านแต่นิยายสยองขวัญ สืบสวน กวีนิพนธ์ และหนังสือธรรมะบ้าง บางครั้ง

จึงคุยกับคนอ่านแนวนั้นไม่ค่อยรู้เรื่องเท่าใดนัก

 

ในฐานะคน(อยาก) ทำงานหนังสือ ... จะดีกว่าไหม หากเราผลิตนิยายคุณภาพที่สอนให้ผู้หญิงเรียนรู้

ถึงชีวิตจริงว่ามันไม่มีผู้ชายเลวๆ ที่ไหนเป็นพระเอกให้กับผู้หญิงได้จริงๆ หรอก

และเจ้าชายในนิยายก็ไม่ได้มองต่ำลงมาสนใจผู้หญิงชาวบ้านสามัญเสมอไป

ไม่ได้บอกว่านิยายสยองขวัญสั่นประสาทที่ผู้เขียนอ่านมันจะดี แต่อย่างน้อยในความสนุกมันก็ได้ฝึกสมอง

กองบรรณาธิการสำนักพิมพ์ทุกท่าน...โปรดไตร่ตรองดูเถิด

_____________________________________________________________________________

ความจริงอยากเขียนมากกว่านี้ แต่... 

พอดีกว่า ชักยาวเกิน ถึงอย่างไรก็ไม่มีคนอ่าน

ไม่เป็นไร แค่ได้ระบายก็พอใจแล้ว

 

ขอบคุณที่เลื่อนลงมาอ่านจนถึงบรรทัดสุดท้าย

 

 

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ชอบกรรมลิขิต กับครอบครัวเดียวกันอ่ะbig smile

#1 By dowrun happy on 2009-10-25 21:01

สื่อคือจิตวิญญาณของสังคม คนในสังคมชอบอะไร สื่อก็ต้องผลิจซ้ำผลงานแนวนั้นออกมา...
ไม่ดูทีวีแฮะ เสพสื่อออนไลน์

#3 By Fernall on 2009-10-25 21:33

เพราะสื่อและผู้บริโภคส่วนใหญ่ต่างไม่ยอมพัฒนา
มันจึงหยุดนิ่งมานานแสนนานแล้ว
angry smile

#4 By Zirius Sandorius on 2009-10-25 21:36

ถูกใจอย่างบอกไม่ถูกconfused smile confused smile Hot! Hot! Hot!

#5 By wesong on 2009-10-26 00:15

sad smile ใช่แล้วค่ะ เมื่อมีสื่อหลากแบบให้เลือกเสพ จนบางที มากเกินไป และมีแต่ปริมาณ ขาดคุณภาพ อย่างนั้นน่ะ ทำให้เราจมอยู่ในข้อมูล แต่ไม่เจอว่าอันไหนมัน "ใช่" สำหรับเรากันแน่ open-mounthed smile

อ่านจนจบค่ะ เพลินดีอ่ะ open-mounthed smile

#6 By on 2009-10-26 07:29

"สื่อ"
ผมกำลังหัดเลิกดูโทรทัศน์อยู่ครับ แต่ติดอยู่ตรงยังชอบดูบอล อย่างอื่นไม่ค่อยดูแล้ว
หนังสือพิมพ์ก็ไม่ค่อยได้อ่าน
ข่าวก็ดูๆ ตามหน้าเน็ต

ภาพยนตร์ ช่วงหลังไม่มีเวลาว่างพอดู

เพลงฟังเพื่อความรื่นรมย์ของชีวิต

แต่หนังสือ โดยเฉพาะ "วรรณกรรม" ขาดไม่ได้เหมือนมันเป็นยาเสพติดชนิดหนึ่ง มันทำให้ผมอยู่กับตัวเองและความเงียบได้อย่างมีความสุข ยกระดับจิตใจ ไม่เหงาเกินไปนัก

ที่เขียนมาทั้งหมด
ผมต้องการจะ "สื่อ" อะไร



sad smile
คิดว่าทุกอย่างอยู่ที่นายทุนค่ะ

สื่อจะออกมาแนวไหน แบบไหนก็ขึ้นอยู่กับนายทุนว่ามีวิสัยทัศน์แค่ไหน ต้องการขายอะไร ต้องการให้อะไรกับคนเสพ..

หมากัดคน ไม่เป็นข่าว

ถ้า คนกัดหมา เป็น และยังคงขายได้เสมอ

เราเลยยังวนเวียน แต่เรื่อง หมาๆ และ เรื่อง คนๆ big smile

#9 By tiew@fine on 2009-10-26 20:44

ของถ้ามันดีจริงไม่ต้องทำตามตลาดมันก็ขายได้

วิวเลิกดูโทรทัศน์นานแล้วล่ะ สื่อนำเสนอค่านิยมที่ผิดๆเยอะเกินไป ถึงแม้บางทีจะไม่ได้ตั้งใจก็เถอะ แต่คนดูส่วนใหญ่ก็ได้รับไปโดยไม่รู้ตัว เซ็งมากค่ะ เรื่องดีๆที่น่าดูก็ดันไปอยู่เวลาที่ไม่สามารถดูได้เสียส่วนใหญ่

เรื่องนิยายรัก วิวไม่อ่านยกเว้นว่าเรื่องนั้นจะมีประเด็นที่น่าสนใจ หรือมีคนแนะนำว่าแต่งดี แต่ส่วนใหญ่จะอ่านเพื่อการศึกษาและเปิดโลกทัศน์ของตัวเองมากกว่า

คนเราประสบการณ์ต่างกัน ดังนั้นสิ่งที่แต่ละคนต้องการนำมาเติมเต็มชีวิตในส่วนที่พร่องไปของตน หรือนำมาเป็นหลักยึดเหนี่ยวจึงแตกต่างกันไปด้วย

โดยส่วนตัวแล้วแบ่งหนังสือออกเป็นสองพวก(ไม่รวมพวกหนังสือเรียนนะ) พวกที่อ่านเอามันส์ กับพวกที่อ่านเพื่อที่จะได้อะไรมากกว่านั้น พวกแรกวิวไม่ค่อยอ่าน แต่ก็คิดว่าถ้ามันสามารถทำให้คนที่อ่านมีความสุขได้มันก็คงไม่แย่เสมอไปหรอก (ยกเว้นมันจะวิบัติจนเกินจะรับได้)

รู้สึกว่าเดี๋ยวนี้จะแบนนิยายพวกพระเอกนางเอกหน้่าตาดี หรือพระเอกหล่อ นางเอกหน้าตาธรรมดา ไม่ชอบอย่างรุนแรง (อคติส่วนตัว) เคยคิดว่าเป็นไม่ได้มั๊ยที่จะมีนิยายที่ไม่มีพระเอกนางเอกอ่ะ เพราะในชีวิตมีซะที่ไหนล่ะ

#10 By oOvievvOo on 2009-10-27 03:02

สารภาพว่าตอนเด็กๆเราชอบดูทีวีมาก
ดูการ์ตูนนะ ดูได้ทั้งวันเลย
เป็นเด็กไร้สาระเลยทีเดียวเชียว 55

แถมยังเป็นเด็กไทยอย่างที่มัทนาว่าด้วยคือ อ่านหนังสือน้อยจริงๆ เด็กๆเป็นคนไม่ชอบอ่านหนังสือ (มั่วแต่ดูทีวี)

แต่พอโตขึ้นมา เราได้อ่านหนังสือเล่มนึงของสนพอะบุ๊คส์
ตั้งแต่นั้นเราก็ชอบอ่านหนังสือขึ้นมาเลย
ยังคิดอยู่เลยว่า ถ้าเราได้เจอหนังสือเล่มนั้นเร็วกว่านี้ก็คงดี ซึ่งจริงๆเดี๋ยวนี้ก็มีหนังสือดีๆมากมายให้อ่าน เพียงแค่เด็กๆไม่สนใจจะหยิบมันขึ้นมาเท่านั้นเอง

คิดเหมือนกันว่าถ้าสื่อไทยพยายามรณรงค์ให้เด็กๆรักการอ่านหรือหันมาทำอะไรดีๆกันเยอะๆคงช่วยได้มาก (ยอมรับว่าสื่อมีผลต่อเยาวชนจริงๆ)